วันพฤหัสบดีที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2555

เทคนิคการเล่นจิ้มสาย หรือการ Tapping


การเล่น tapping หรือการจิ้มเคาะสาย ซึ่งมีหลายแบบเช่นจิ้มด้วยมือซ้าย จิ้มด้วยมือขวา หรือใช้ทั้ง 2 มือใช้นิ้วหรือปิคจิ้ม เป็นต้นแทนใน tab ด้วย T เหนือโน๊ตที่จะจิ้มนั้น ซึ่งการเล่นเทคนิคนี้มักต้องอาศัยเทคนิคการเล่น hammer on และ pull off ประกอบด้วยเสมอ นอกจากนี้ยังอาจมีการใช้เทคนิคอื่นร่วมอีกด้วยเช่น การดันสาย การสไลด์ เป็นต้น การเล่น tapping มีหลาย ๆ ลักษณะของการจิ้ม นิ้วและมือที่ใช้เป็นต้น

    1.การจิ้มด้วยมือขวาและมือขวาเดินเมโลดี้

   ex. 1
tap1.gif (4624 bytes)
   จากตัวอย่างข้างบน จะมีโน๊ตยืนคือช่อง 7 สาย 1 ซึ่งเราจะกดด้วยนิ้วมือซ้าย และนิ้วมือขวาอาจจะเป็นนิ้วชี้หรือนิ้วกลางก็ได้ใช้จิ้มสาย และเดินเมโลดี้ เช่นจากตัวอย่าง เล่นโดย

            1. ดีดสาย 1 ช่อง 7

            2. จิ้มนิ้วมือขวาลงที่ช่อง 12 สาย 1 แล้วปล่อยนิ้วออกพูล ออฟ ไปหาช่อง 7   จังหวะที่ปล่อยนิ้วให้ใช้ปลายนิ้วเกี่ยวสายเล็กน้อยเพื่อให้ได้เสียงที่ชัดเจน

            3. เหมือนข้อ 2 แต่เปลี่ยนตำแหน่งที่จิ้มสายไปเรื่อย ๆ

    2.การจิ้มด้วยมือขวาและมือซ้ายเดินเมโลดี้

    ex. 2
tap2.gif (4167 bytes)
จากตัวอย่างข้างบน จะมีโน๊ตยืนคือช่อง 12 สาย 1 ซึ่งเราจะจิ้มด้วยนิ้วมือขวา และนิ้วมือซ้ายจะเป็นเปลี่ยนตำแหน่งที่กดสาย และเดินเมโลดี้ เช่นจากตัวอย่าง เล่นโดย

            1. จิ้มนิ้วมือขวาลงที่ช่อง 12 สาย 1 แล้วปล่อยนิ้วออกพูล ออฟ ไปหาช่อง 5 (ที่เรากดรอไว้ก่อน)   จังหวะที่ปล่อยนิ้วให้ใช้ปลายนิ้วเกี่ยวสายเล็กน้อยเพื่อให้ได้เสียงที่ชัดเจน

            2. เหมือนข้อ 2 แต่เปลี่ยนตำแหน่งที่นิ้วมือขวากดสายไปเรื่อย ๆ

    3. การจิ้มด้วยมือขวาและเดินเมโลดี้ทั้ง 2 มือ

    ex. 3
tap4.gif (4324 bytes)
   จากตัวอย่างข้างบน จะไม่มีโน๊ตยืนแต่จะมีการเปลี่ยนตำแหน่งของมือขวาและมือซ้ายไปเรื่อย ๆ จากตัวอย่างเล่นได้โดย

            1. จิ้มสายด้วยมือซ้าย 1 ช่อง 12 พูล ออฟโดยใช้ปลายนิ้วเกี่ยวสายเล็กน้อยไปหาช่อง 8 และปล่อยนิ้วมือขวาที่กดช่อง 8 พูล ออฟ ไปหาสายเปล่า(0) แล้วเล่นแฮมเมอร์ ออนโดยตบนิ้วมือขวาลงมาที่ช่อง 8 อีก แล้วเล่นจิ้มใหม่ที่ช่อง 12 พูล ออฟ ไปช่อง 8 สายเปล่า แฮมเมอร์ ออนมาที่ช่อง 8

            2. จิ้มสายด้วยมือซ้าย 1 ช่อง 10 พูล ออฟโดยใช้ปลายนิ้วเกี่ยวสายเล็กน้อยไปหาช่อง 7 และปล่อยนิ้วมือขวาที่กดช่อง 7 พูล ออฟ ไปหาสายเปล่า(0) แล้วเล่นแฮมเมอร์ ออนโดยตบนิ้วมือขวาลงมาที่ช่อง 7 อีก แล้วเล่นจิ้มใหม่ที่ช่อง 10 พูล ออฟ ไปช่อง 7 สายเปล่า แฮมเมอร์ ออนมาที่ช่อง 7

            3. เหมือนข้อ 2 แต่เปลี่ยนตำแหน่งที่จิ้มสายและกดสายไปเรื่อย ๆ

    4.การจิ้มด้วยมือซ้าย

    ex. 4
tap3.gif (3354 bytes)
จริง ๆ แล้วจะจิ้มด้วยมือขวาก็ได้เช่นกัน แต่จากตัวอย่างนี้เราจะลองใช้มือซ้าย วิธีเล่นคือ

            1. ดีดสายเปล่าเส้น 3

            2. แฮมเมอร์ ออน โดยจิ้มนิ้วมือซ้ายไปที่ช่อง 4 แล้วพูล ออฟโดยใช้ปลายนิ้วเกี่ยวสายเล็กน้อย ไปที่สายเปล่า

            3. เหมือนข้อ 2 แต่เปลี่ยนจุดที่จะจิ้มสายไปเรื่อย

    5.กาจิ้มสายโดยใช้ทั้ง 2 มือจิ้ม และใช้มากกว่า 1 นิ้วในการจิ้มเคาะสาย

            คือ การใช้นิ้วมือของทั้งมือซ้ายและมือขวาช่วยกันจิ้มเคาะสาย

   ex. 5
js1.gif (2094 bytes)
js2.gif (2047 bytes)
js3.gif (1982 bytes)

ตัวอย่างที่ 5 เป็นการใช้นิ้วมือขวาที่จับคอร์ดเคาะจิ้มสายก่อน ตามด้วยใช้นิ้วมือซ้ายเคาะจิ้มสาย โดยที่ตัว T ในวงกลมหมายถึงเป็นนิ้วมือขวา และตัว T ธรรมดาคือใช้นิ้วมือซ้าย ส่วนนิ้วที่ใช้ก็คงแล้วแต่จะวางถนัด ลองดูอีกตัวอย่างนึงจากเพลงเดียวกัน

 ex. 6
js4.gif (2589 bytes)
js5.gif (2550 bytes)
js6.gif (2629 bytes)
  ตัวอย่างที่ 6 นี้จะเคาะจิ้มสายพร้อมกันทีละ 2 นิ้ว ทั้ง 2 มือ เช่น ใน bar แรกใช้มือขวานิ้วชี้และนิ้วนางเคาะลงสาย 5 และ 3 ช่อง 5 และ 7 ตามลำดับ และตามด้วยมือซ้ายใช้นิ้วชี้และนิ้วกลางเคาะลงบนสาย 4 และ 3 ในช่องที่ 20

            ตัวอย่างที่ 5 และ 6 เป็นแนวคิดนึงในการเคาะสายด้วย 2 มือและใช้มากกว่า 1 นิ้ว คราวนี้ลองมาดูแบบการใช้นิ้วทั้งมือซ้าย ขวา แต่ละนิ้วทั้ง 8 นิ้วช่วยกันจิ้มสาย ต่อไปเป็นตัวอย่างของ Jennifer Batten ซึ่งเล่นกีตาร์ให้กับ Michael Jackson มีชื่อว่า "Chromatic Fantasy" เพลงเก่าของ J.S. Bach

    ex. 7
jb1.gif (2614 bytes)
jb2.gif (2565 bytes)
jb3.gif (2649 bytes)
jb4.gif (2520 bytes)
สำหรับตัวอย่างที่ 7 นี้ค่อนข้างจะยากพอสมควร อาจจะเริ่มฝึกไปทีละ bar ก่อนช้า ๆ ให้แม่นก่อนจึงค่อยเพิ่มความเร็วและเปลี่ยนไป bar อื่นจนครบ สัณลักษณ์ที่ใช้นั้น ตัว T ด้านบน tab หมายถึงการจิ้มสายด้วยนิ้วมือขวา โดยบอกนิ้วที่จิ้มไว้เป็นตัวเลขที่อยู่ในวงกลมใต้โน๊ตที่มีตัว T และตัวเลขที่ไม่มีวงกลมก็คือนิ้วของมือขวานั่นเอง

หมายเหตุ : 1= นิ้วชี้ , 2 = นิ้วกลาง , 3 = นิ้วนาง , 4 = นิ้วก้อย

            6. การเคาะ ฮารืโมนิค หรือ Tapping Harmonic

            ปกติเวลาเราเล่นเสียงฮาร์โมนิคก็จะดีดสายนั้นแล้วแตะนิ้วมือไว้เหนือเฟร็ทที่จะให้เสียงฮาร์โมนิค เช่นเฟร็ท 5 ,7 หรือ 12 เป็นต้น แต่การ tapping harmonic จะใช้วิธีเอานิ้วมือขวาเคาะลงไปเหนือเฟร็ทนั้น ๆ แทน โดยเคาะแล้วก็ยกนิ้วออกเร็ว ๆ ก็จะให้เสียงฮาร์โมนิคเช่นกัน

            ส่วนหลักการหาตำแหน่งโน๊ตฮาร์โมนิคก็คือช่องที่กด + 5 , +7 หรือ + 12 เช่น เมื่อคุณกดสาย 2 ช่อง 2 เสียงฮาร์โมนิคที่จะเล่นได้(ชัดที่สุด) จะอยู่ที่ช่อง 2+5 = 7 , 2+7 = 9 และ 2+12 =14 เป็นต้น ซึ่งเป็นช่องที่คุณจะเคาะสายนั่นเอง ลองมาดูตัวอย่าง (ตัวเลขนอกวงเล็บเป็นช่องที่ใช้มือซ้ายกดสายบนคอกีตาร์ ส่วนตัวเลขในวงเล็บคือเฟร็ทที่ใช้นิ้วมือขวาเคาะ)

    ex. 8
th1.gif (1509 bytes)
เวลาเล่นคือ กดนิ้วมือซ้ายที่สาย 2 ช่อง 2 ส่วนจะดีดก่อนหรือไม่ก็ได้ จากนั้นจึงเคาะนิ้วมือขวาลงไปบนเฟร็ทที่ 7 , 9 และ 14 และในขณะเคาะสายควรจะเล่น vibrato หรือสั่นสายเอาไว้เพื่อเสียงที่ลากยาวขึ้น

    ex. 9
th2.gif (1537 bytes)
ex. 10
th31.gif (1628 bytes)

th32.gif (1482 bytes)
ตัวอย่างที่ 9 และ 10 เป็นการเล่น tapping harmonic กับคอร์ดในตัวอย่างที่ 9 หลักการเล่นก็เหมือนเดิม จับคอร์ดไว้แล้วเคาะจิ้มสายด้วยนิ้วมือขวา

    ex. 11
th4.gif (1655 bytes)
ตัวอย่างที่ 11 นี้จะมีการดันสายและสไลด์ร่วมด้วยในการเคาะฮาร์โมนิค ซึ่งการเล่นก็เหมือนเดิมทุกอย่าง เพียงแต่เมื่อเคาะสายแล้วก็ใช้มือซ้ายที่กดสายนั้นดันสายขึ้นไป หรือสไลด์ก็เช่นกัน

            หมายเหตุ.....นอกจากการเกี่ยวสายเล็กน้อยเมื่อยกนิ้วหลังจากจิ้มสายแล้ว เทคนิคในการจิ้มสายอีกอย่างคือถ้ามือซ้ายเป็นตัวยืนนิ้วที่กดควรจะเล่นเสียงสั่นไว้เพื่อให้เสียงที่ได้ยาวขึ้น และการขจัดเสียงรบกวนขณะจิ้มสาย โดยการใช้มือซ้ายเช่นใช้นิ้วกลางเป็นนิ้วกดและกางนิ้วชี้แตะสายอื่น ๆ ทั้งหมดเพื่อกันเสียงรบกวน หรือใช้สันมือของมือขวาแตะสายไว้ขณะที่จิ้มสาย















ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น